RSS

เมืองสุพรรณบุรี

21 พ.ค.

วันแรงงานแห่งชาติที่ผ่านมา ได้แวะไปที่จังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อทำธุระ และคิดว่าไหนไหนก็เป็นวันหยุดทั้งทีเลยขอพาครอบครับไปเที่ยวด้วยเลย… โดยออกจากบ้านประมาณ 8โมงเช้า เพื่อที่จะได้ทำธุระให้เสร็จได้ในช่วงเช้า โดยใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ – สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเข 340) ก่อนเข้าเมืองสุพรรณฯ เล็กน้อยแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 357 ซึ่งเป็นเส้นบายพาส ของสุพรรณฯ จากนั้น แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 321 มุ่งสู่อำเภออู่ทองเพื่อที่จะทำธุระให้เสร็จก่อน เราเสร็จธุระกันประมาณบ่าย หลังจากทานข้าวกันแล้ว ก็ประมาณเกือบบ่าย 2 โมงหลังจากนั้นเราสอบถามเกี่ยวกับที่พักในระแวกนั้น ซึ่งได้รับคำแนะนำว่าให้ลองไปพักที่ทุ่งดินดำรีสอร์จซึ่งราคาไม่แพง มีสระว่ายน้ำ (เป็นความต้องการของเด็กๆ) รวมทั้งบรรยายกาศโดยรวมก็ดีครับมีป่าสักซึ่งเขาปลูกไว้ขายด้วย จากอู่ทองไปประมาณ 30กม.เศษ ตามทางหลวงหมายเลข 333 มุ่งหน้าทางสระกระโจม จากนั้นแยกซ้ายทางไป อำเภอเลาขวัญ ของ กาญจณบุรี ตามทางหลวง 3468 อีกนิดหน่อยก็ถึงแล้วครับ รูปข้างล่างเป็นบรรยายกาศโดยรวมของรีสอร์จครับ เรามาถึงรีสอร์ทกันประมาณเกือบ 4โมงเย็น ซึ่งเรามีการแวะซื้ออาหารและเครื่องดื่มตามทางที่จะมาด้วย สัมผัสแรกก็รู้สึกร่มรื่นด้วยต้นสักปลูกจำนวนมหาศาล รวมทั้งต้นไม้ชนิดอื่นๆ ด้วย… เด็กๆ พอมาถึงก็เปลี่ยนเสื้อผ้าลงไปเล่นน้ำในสระกันเลย ส่วนผู้ใหญ่ก็ตระเตรียมอาหารเย็นกัน เวลา 6โมงเศษเราก็รับประทานอาหารกัน และก็ออกไปพักผ่อนกัน

เช้าวันที่ 2 พค ซึ่งเป็นวันหยุดชดเชย เราก็ตื่นแต่เช้าออกไปเดินสำรวจรีสอร์จกัน วันนั้นหมอกลงมากๆ คิดว่าคงจะเป็นเพราะว่ามีต้นไม่หนาแน่นนั่นเอง หลังจากเรียกเหงื่อจากการเดินสำรวจกันแล้ว เราก็ออกไปหาอาหารเช้ากินกัน โดยเราขับรถออกไปที่ตลาดอำเภอเลาขวัญ ซึ่งห่างออกไปอีกประมาณ 6-7 กม. หลังจากท้องอิ่มแล้วก็ขับรถกลับมาเก็บของกัน โดยตั้งใจว่าจะพาเด็กๆ ไปเที่ยวต่อที่ในเมืองสุพรรณบุรี โดยตั้งเป้าที่หอคอยบรรหาร-แจ่มใส เพราะที่นั่นมีสวนน้ำด้วย เด็กๆ ก็ตั้งใจกันว่าจะไปเล่นน้ำกันที่นั่น ประมาณ 10โมงเศษ เราก็ขับรถมาถึงหอคอยบรรหาร-แจ่มใส แต่ทว่าวันนั้นเป็นวันจันทร์ ทางหอคอยไม่เปิดให้บริการ รวมทั้งสวนน้ำด้วย… เด็กๆ เลยอกหัก ดังนั้นจึงต้องหาสถานที่ทดแทนโดยเราเปลี่ยนไปที่ศาลหลักเมืองสุพรรณบุรีแทน เมื่อมาที่ศาลหลักเมือง สิ่งแรกที่เห็นเด่นเป็นสง่าเลยก็คือ มังกรตัวใหญ่ ซึ่งภายในตัวม้งกรจะเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ลูกหลานไทย-จีน จะต้องเสียค่าเข้าชม โดยผู้ใหญ่อยูที่ 300บาท เด็กอยู่ที่ 150บาท การเข้าชมพิพิธภัณฑ์แต่ละรอบจะใช้เวลาประมาณ 1.5 – 2ชม ซึ่งตอนที่เราไปถึงเวลาประมาณเกือบ 11:00 ซึ่งก็พอดีกับรอน 11:00พอดี หลังจากที่เข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ลูกหลานไทย-จีน เสร็จก็ประมาณ 12:45 ก็หาอาหารเที่ยงกินกัน เมื่อกินเสร็จแล้ว อาม่าก็ไปไหว้เจ้า ส่วนเด็กๆ ก็ไปขึ้นเจดีย์ ดูบรรยายกาศโดยรอบซึ่งก็จะเห็นว่าถูกเนรมิต ให้เป็นแบบจีนๆ งานนี้ถูกใจอาม่ามากกว่าใครๆ เพราะได้ทั้งไหว้เจ้า นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วยังได้ดูเรื่องราวต่างๆ ของประเทศจีนในพิพิธภัณฑ์.

กว่าจะออกจากศาลหลักเมืองก็เกือบบ่าย 2 โมง แล้วเราก็มุ่งหน้ากลับบ้าน โดยแวะซื้อของฝากตามเส้นทางกลับบ้าน ซึ่งก็มีให้เลือกหลายร้านมาก ของฝากที่มีชื่อเสียงของสุึพรรณบุรีก็คงจะหนีไม่พ้นขนมสาลี่ ขนมลูกเต๋า ถือเป็นการสิ้นสุดการท่องเที่ยววันแรงงานครับ

น่าอิจฉาคนสุพรรณฯ ที่มีผู้นำที่ดี สร้างสถานที่ท่องเที่ยวให้คู่บ้าน คู่เมืองสุพรรณฯ และคนไทยได้เยี่ยมชมกัน

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: